สวัสดีค่ะ พี่ๆใน Exteen ทุกท่าน

วันนี้หนูขอมาแนะนำตัวเองนะคะ รอแม่นัทไม่ไหวละ

 แม่บอกว่าจะพาหนูไปให้พี่ๆรู้จักตั้งนานแล้วนะ แต่ไม่อัพบล๊อกซักกะที

หนูเลยโดดขึ้นหน้ากล้องเองซะเลย อิอิ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นอกจากหนูแล้วแม่นัทยังมีน้องลูกแพรให้ดูแลอีกตัวด้วยน๊า

พวกหนู 2 ตัว เป็นแมวรุ่นดังกันด้วยนะจะบอกให้

รุ่นแคล้วคลาด พิมพ์นิยมวัดปากน้ำภาษีเจริญเชียวนา

แม่นัทเค้าตกลงหุ้นกันกับแม่บี รับอุปการะเอาไว้

วันแรกๆที่มาพวกหนูไม่คุ้นก็ยังกลัวๆ ต้องหาที่ซ่อน

 แพรเข้าไปอยู่ข้างๆพัดลม แอบดูแม่ๆ

ส่วนหนูน่ะเหรอ เป็นพวกชอบที่นอนนิ่มๆ

ก็ต้องนี่เล๊ย กองเสื้อผ้าของแม่นัท

วันแรกๆหนูก็ยังตื่นๆอยู่เล๊ย แต่วันต่อๆมาน่ะเหรอ

 ..............

 .............

..........

หนูก็ออเซาะแม่นัทแบบนี้

แต่ว่าน้องแพรแอบอิจฉาหนูแหล่ะ

เวลาหนูเล่นกะแม่ๆน้องแพรก็จะมองด้วยสายตาชิงชัง

 

และเมินเฉย    ไม่ไยดีของเล่น
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หรือไม่ก็ขังตัวเองอยู่ในบ้าน...แบบนี้

กิจกรรมประจำวันที่พวกหนูชอบทำ

ก็เป็นเช่นนี้  ตามประสาแมวอยากรู้อยากเห็น

และเช่นนี้

อ่ะ..จ๊ะเอ๋..

บานเกล็ดห้องแม่นัทนี่ซกมกจังเลย

หนูไปก่อนดีกว่า   แม่นัทใกล้จะมาแล้ว

คิดถึงแม่ที่สุดเล๊ย.ยย..ย

หนูอยากให้แม่มานอนที่นี่ทุกๆวันเลย

แต่แม่ต้องอยู่กับคุณตาน่ะสิ   เสาร์-อาทิตย์

และหลังเลิกงานเท่านั้นที่แม่จะมาหาหนู

แม่จะพาหนูกลับบ้านก็ไม่ได้เพราะคุณตาเป็นภูมิแพ้

พี่ๆคนไหนเห็นหนูน่ารักก็ช่วยรับเพื่อนๆหนูที่เหลือ

ไปเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนด้วยนะคะ

แมวรุ่นนี้เลี้ยงแล้วเฮงน๊า   จะบอกให้

บ๊าย...บาย

 

edit @ 17 Jan 2008 15:41:34 by your_natty

สวัสดีค่ะ ต้อนรับปีใหม่ด้วยการพาชิมบุฟเฟต์ติ่มซำและอาหารจีน แบบคันโตนีส นะคะ

 และร้านที่นัทตี้จะแนะนำในวันนี้ก็คือ Loong Foong at Swissotel Le Concord รัชดา ใกล้ๆนี่เองค่ะ

ไปถึงที่ร้านเมื่อเวลา 17.45 น. ปรากฎว่า ...ยังไม่เปิดค่ะ แต่พนักงานก็เชิญไปนั่งรอที่โซฟา

บรรยากาศโดยทั่วไปในร้าน จัดว่าดีทีเดียว ดูดีแต่ก็ไม่ทำให้เรารู้สึกอึดอัด

พอได้เวลาเปิดร้าน 18.00 น. น้องพนักงานสาวสวยก็พาเราไปนั่งที่โต๊ะ

 

จากวิวที่นั่งตรงนี้มองไปเห็นสถานบันเทิงต่างๆ ที่หนุ่มๆทั้งหลายคุ้นตากันดี อิอิ..

น้องเอาเมนูมาให้ดู โอ้โห...น่าทานทั้งนั้นเลย ละลานตาไปหมด

เริ่มจาก ออเดิร์ฟ สู่เมนู ติ่มซำ และ อื่นๆ ทั้งหมายทั้งแหล่

 

ว๊าว...อะไรๆก็ดูดีไปหมด แต่เอ๊..ของจริงจะน่าตาน่าทานเหมือนในเมนูหรือเปล่าน๊า...

เอาออเดิฟมากินก่อนดีกว่า ไข่เยี่ยวม้าที่นี่ มีชื่อในวงการว่า "ไข่พันปี"

ที่นี่มีเครื่องเคียงให้ทานเป็นมะระหรืออะไรสักอย่างที่ดองจนได้รสพอดีๆคลุกๆยำๆกับกึ๋นของเป็ด

(หรือไก่ก็ไม่รู้ )ไม่แน่ใจ แต่อร่อยจัง

ส่วนเครื่องดื่ม คิดราคาแยกต่างหากจากบุฟเฟ่ต์ สั่งเก๊กฮวยไป 1 ที่ ราคา 50 บาท เติมตลอดได้ค่ะ

 อา....สดชื่นจริงๆ ไม่หวานเกินไป ออกจะจืดด้วยซ้ำหากเป็นคนทานหวาน

แต่สำหรับนัทชอบเลยค่ะ กำลังดีเลย

 

ตามด้วย ซุปอุ่นๆ เพื่อเตรียมรับอาหาร "ซุปเนื้อเจงกิสข่าน"

เป็นซุปข้น ใส่เนื้อสับและไข่ เห็นแล้วนึกถึงราดหน้าเนื้อสับ รสชาติดีทีเดียวค่ะ

 

 

ตามมาด้วยติ่มซำของทอด จานนี้ที่ใครๆก็ต้องยกนิ้วให้ กับ "กุ้งพัฟฟ์ครีมสลัด"

ตัวอ้วนๆจุกุ้งเนื้อแน่นหวานกรอบไว้เต็มๆ ทานคู่กันกับครีมสลัด

และ "กุ้งทอดฟองเต้าหู้" จานนี้ยังเฉยๆ เพราะยังมีที่อื่นที่นัทถูกใจยิ่งกว่า

ตามด้วยของนึ่ง หน้าตาธรรมดา แต่รสชาติ ขอบอกว่าพิเศษแน่นอนค่ะ

"ฮะเก๋ากุ้ง" ขาวนวลสะอาดตา กับรสชาติเต็มๆของกุ้งเนื้อแน่นๆ

ตามด้วย "เกี๊ยว...อะไรสักอย่าง" จำไม่ได้จริงๆ

จานนี้รสชาติไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่ แต่ก็ดีค่ะ

และเมื่อของเบาๆผ่านพ้นไป การฉลองมื้อใหญ่ก็มาถึงแล้ว เย๊ๆๆๆ

ที่นี่จะต้อนรับคุณด้วย เป็ดย่างหนังกรอบ และ หมูกรอบอร่อยๆ รสชาติเยี่ยมค่ะ

เป็ดย่างนั้นเสิร์ฟมาพร้อมกับเต้าเจี้ยวเม็ดโตๆ อร่อยมากค่ะ

และจากเมนูอาหารตามสั่งที่มีให้เลือกไม่หวาดไม่ไหว  

ก็จิ้มเอา " รวมมิตรซีฟู๊ดผัดผงกะหรี่" มา 1 ที่

มีทั้งหอยเชลล์   ปลาหมึก  เนื้อปลา และกุ้ง   

รสชาติพอใช้ได้    แต่ก็โอเคค่ะ

ที่ไม่บอกว่าดี  อร่อยเลิศ  เพราะรู้สึกว่ามันดูเละๆ   หยึยๆไปนิดนึง

อีกอย่างที่น่าสนใจ เชื้อเชิญให้ชิมในวันนี้ " ซี่โครงหมูคั่วเกลือ "

ซี่โครงหมูทอดกรอบๆ เนื้อนุ่ม แต่ภายนอกกรอบน่าเคี้ยว

นำไปคั่วกับกระเทียม พริก และเกลือป่นเล็กน้อย

ได้รสชาติที่อร่อยลงตัว และ กลิ่นที่แสนจะยั่วน้ำลาย

อิ่มแล้วนะเนี่ย อืม..แต่ขอสั่งอะไรมาปิดท้ายซักกะหน่อยดีกว่า

มองไปมองมาก็ไปลงที่เจ้า "ก๋วยเตี๋ยวหลอดกุ้ง"

ซึ่งไม่ต้องแปลกใจนะคะ ว่าทำไมมีแต่กุ้งและกุ้ง

 ก็เพราะเจ้าของเอนทรี่นี้ มีสมญานามว่า "ตัวกินกุ้ง"ไปเรียบร้อยแล้ว

ถ้าให้คะแนนกับทุกๆจานที่สั่งมา ไอ้เจ้านี่คะแนนน้อยสุดแล้ว

ด้วยหน้าตาที่เรียบร้อย ประหนึ่งแม่ชีนึ่งเช่นนี้

บวกด้วยรสชาติธรรมด๊า ธรรมดา

เราจึงเสียมารยาท ด้วยการแงะกินแต่เนื้อกุ้งซะอย่างนั้นไป

ไม่ดีเลย กินทิ้งกินขว้างอย่างนี้

ปิดท้ายจริงๆที่ของหวาน ซึ่งมีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

บัวลอยน้ำขิง พุดดิ้งมะม่วง สาคูส้มโอ ถั่วแดง ฯลฯ

หน้าตาน่าทานทั้งนั้น แต่เนื่องจากเป็นคนไม่ชอบทานของหวาน

จึงเลือกเยลลี่เชอร์เบทมะนาว และทานแต่เฉพาะตัวเชอร์เบทมะนาวเท่านั้น

เยลลี่นั้นไม่แตะเลย แล้วเชอร์เบทมะนาวก็เปรี้ยวได้ใจมากๆด้วย

ชอบจัง... อิอิ     ถึงตอนนี้ลืมถ่ายรูปไปเลย เพราะมัวแต่คุยโทรศัพท์อยู่ซะงั้นน่ะ

ตลอดการรับประทานอาหารมื้อนี้ ประทับใจมากมายกับน้องๆพนักงาน

ทุกคนอัธยาศัยดีมาก  ให้บริการไม่ขาดตกบกพร่อง

ไม่มีประเภท "ยืนสุมหัวกันนินทาลูกค้า" เหมือนอย่างบางที่

พอได้เวลาชำระเงิน ก็จ่ายไป 623 บาท เป็นค่าบุฟเฟต์ 480

บวกค่าบริการ 10% Vat 7% ค่าน้ำเก๊กฮวยอีก 50 บาท ราคาอาจจะดูแพงก็จริง

แต่คุณภาพทั้งสินค้าและบริการขนาดนี้

ก็เหมาะที่จะเป็นของขวัญให้ตัวเองได้บ้างสีกทีนะคะ

 ชิมเมื่อ 5 ม.ค. 2551 18.00 - 19.30 น.

 

edit @ 9 Jan 2008 13:29:56 by your_natty

วันอาทิตย์ที่ 30 ธันวาคม ที่ผ่านมา

นัทนั่งรถทัวร์กลับบ้านพร้อมกับพ่อ   ใช้เวลาทั้งหมด 10 ชม. พอดิบพอดี

จากที่ปกติแล้ว   เราจะนั่งรถกันแค่ 8 ชม. เท่านั้น  ครั้งนี้เราต้องใช้ทางอ้อมกันเพื่อเลี่ยงรถติด

เมื่อมาถึงบ้าน   ก็พบว่าอากาศหนาวกว่าช่วงต้นธันวาคมเสียอีก  ทั้งหนาวและลมแรง

ในที่สุดนัทก็โดนไข้หวัดเล่นงานจนได้    ความซวยมาเยือนอีกแล้ว  อิ๋ง..ง.ง.ง.

คืนวันที่ 31 พ่อกับแม่ชักชวนญาติๆและเพื่อนบ้านมากินเนื้อย่าง (หมูกะทะ) กันอย่างสนุกสนาน

รวมๆประมาณ 22 คนได้    แต่พ่อกับแม่มักจะลืมไปเสมอว่า   แม่ครัวใหญ่ของบ้านนี้มีไอ้ลูกนัทคนเดียว

แต่ถึงจะเหนื่อย    ก็ยังมีความสุขอยู่ดี   และถึงยังไงพอเรียบร้อยกันแล้ว   ลูกพี่ลูกน้อง 2 คน ก็มาช่วย

เก็บกวาด  เศษอาหาร   ล้างจาน  ล้างแก้ว ที่ลานหลังบ้าน   โต้ลมหนาวกันน่าดู

---------------------------------------------

เช้าวันที่ 1 มกราคม     สวัสดีปีใหม่จ๊า

เนื่องจากที่บ้านยังมีเตาถ่านที่ร้านหมูกะทะเอามาส่งให้ใช้ปิ้งกันคืนก่อน

บวกกับความที่อากาศหนาวและลมแรง    ทำให้เกิดไอเดียที่จะทำกับข้าวผสมกับเล่นสนุกเล็กน้อย

นัทก้เลยเดินไปซื้อข้าวเหนียวที่ตลาดในชุมชนใกล้ๆบ้าน    และไม่ลืมที่จะซื้อแจ่วบองมาด้วย

เมื่อกลับมาถึงบ้าน    ก็ก่อไฟ  โดยใช้ขี้ไต้ (ตะบอง) มาวางในเตา   โปะด้วยเศษใบไม้-กิ่งไม้แห้งสักหน่อย

จุดไฟแล้วเอาถ่านวางซ้อนๆกัน    พัดไฟสักนิด   โอ้โห...ก่อไฟติดด้วยนะเนี่ย

ตั้งกะเกิดมาเคยก่อไฟไม่เกิน 10 ครั้งเลย    ภูมิใจน่าดู

ไฟเริ่มค่อยๆติดแล้ว   นัทก้ไปเตรียมเมนูวันนี้ได้เลย  แอ่น..แอ๊น...มันคือ  "ข้าวจี่"นั่นเอง

แล้วก็ยังมีเนื้อแดดเดียวขึ้นชื่อที่ไปซื้อมาวันก่อน   เรียกว่า "เนื้ออำนาจฯ" (** อำนาจเจริญ)

พ่อกับแม่เห็นนัทก่อไฟก็สงสัย   พอถามได้ความว่าทำข้าวจี่   ก็นึกสนุกด้วย  รีบลงมานั่งล้อมวงด้วยกัน

นานมากแล้วที่ไม่ได้เห็นพ่อกับแม่  ดูมีความสุขมากขนาดนี้   พ่อคงนึกถึงสมัยเด็กๆ

ที่เคยได้นั่งล้อมวง   ดูผู้ใหญ่ปิ้งข้าวจี่ให้กิน   นานๆทีจึงจะได้กินเนื้อสัตว์   ซึ่งถือว่าหายากมาก

จะมีก็แต่ปลา  กบ  เขียด เท่านั้นส่วนเนื้อวัวหายาก   เนื้อควายก็ไม่กินเพราะสงสารมัน

ด้วยความที่ลำบากมาแต่เล็ก   พ่อจึงเป็นคนที่ขยันและมีมานะมาก   แม้ปัจจุบันเราจะสบายมีพร้อมแล้ว

แต่พ่อก็ไม่เคยฟุ่มเฟือย (เหมือนไอ้ลูกนัท) เลยสักที    คนหนึ่งที่พาอพูดถึงอยู่เสมอก็คือ "เจ๊กจ่า"

ชาวจีนแผ่นดินใหญ่   ที่ไม่มีแม้แต่เสื่อสักผืนหรือหมอนสักใบติดตัวมายังแผ่นดินไทย

แต่มีหัวใจกล้าแกร่งขยันและอดออมจนสร้างตัวเองได้   และพบรักกับยายของพ่อในที่สุด

นอกเรื่องไปนาน...กลับมาที่ข้าวจี่กันต่อเถอะ...อิอิ.

การทำข้าวจี่นั้น   จะให้อร่อยที่สุดต้องเอาข้าวเหนียวไปปั้นเป็นก้อนกลมและแบนเล็กน้อย

ขนาดพอเทียบแล้วเล็กกว่าฝ่ามือนิดหน่อย    โรยเกลือสักนิด    พอให้มีรสเค็มปะแล่มๆ

ส่วนไข่ที่จะชุบข้าวไปปิ้งนั้น   ถ้าจะให้สีสวยก็ต้องไข่เป็ด   แต่นัทไม่ชอบก็ใช้ไข่ไก่นี่ล่ะ

ตีไข่เหมือนจะเจียวไข่นี่ล่ะ   แต่ว่าปรุงรสให้เข้มกว่าปกตินิด   ใส่ซอสให้สีเข้มๆหน่อย

และอาจจะใส่กระเทียมเจียวพอเหลืองนิดๆก้ได้ตามใจชอบ   พริกไทยตามพอให้หอม

เอาข้าวที่ปั้นแล้วมาปิ้ง  พอให้หน้าของข้าวนั้นแข็งเล็กน้อย   จึงเอาไปจิ้มไข่ขึ้นมาปิ้ง

แต่ต้องจิ้มไข่เฉพาะด้านที่ปิ้งแล้วเท่านั้นนะคะ   ทำทีละด้าน  พอด้านนี้ไข่สุกก็กลับด้าน

ให้หน้าข้าวพอแข็งค่อยเอาไปชุบไข่มาปิ้งจนเหลืองหอม   อยากได้ไข่เยอะๆก็ชุบไปปิ้งต่อเรื่อยๆ

วันนั้นบอกตรงๆว่าปิ้งไม่ทันเลยค่ะ   สรุปว่าคนทำได้กินแค่ก้อนเดียวเท่านั้นเอง

ที่เหลือพ่อกับแม่ฉกไปตั้งแต่ไข่ยังไม่สุกดีด้วยซ้ำ   แต่เห็นแล้วหายหิวเลยล่ะค่ะ

เพราะแม่เป็นคนกินข้าวยากมาก  เห็นกินได้อย่างนี้   ลูกก็มีความสุขมากแล้ว

มื้อนั้นแม้จะดูเป็นของกินที่ไม่มีราคาค่างวดอะไร   แต่อิ่มท้องและอิ่มใจเหลือเกิน

เป็นปีใหม่ที่มีความสุขที่สุดแล้วค่ะ    รักพ่อกับแม่มากที่สุดนะคะ

ลูกนัท