ผิงไฟ..ปิ้งข้าวจี่..รับปีใหม่
posted on 03 Jan 2008 09:22 by your-nattyวันอาทิตย์ที่ 30 ธันวาคม ที่ผ่านมา
นัทนั่งรถทัวร์กลับบ้านพร้อมกับพ่อ ใช้เวลาทั้งหมด 10 ชม. พอดิบพอดี
จากที่ปกติแล้ว เราจะนั่งรถกันแค่ 8 ชม. เท่านั้น ครั้งนี้เราต้องใช้ทางอ้อมกันเพื่อเลี่ยงรถติด
เมื่อมาถึงบ้าน ก็พบว่าอากาศหนาวกว่าช่วงต้นธันวาคมเสียอีก ทั้งหนาวและลมแรง
ในที่สุดนัทก็โดนไข้หวัดเล่นงานจนได้ ความซวยมาเยือนอีกแล้ว อิ๋ง..ง.ง.ง.
คืนวันที่ 31 พ่อกับแม่ชักชวนญาติๆและเพื่อนบ้านมากินเนื้อย่าง (หมูกะทะ) กันอย่างสนุกสนาน
รวมๆประมาณ 22 คนได้ แต่พ่อกับแม่มักจะลืมไปเสมอว่า แม่ครัวใหญ่ของบ้านนี้มีไอ้ลูกนัทคนเดียว
แต่ถึงจะเหนื่อย ก็ยังมีความสุขอยู่ดี และถึงยังไงพอเรียบร้อยกันแล้ว ลูกพี่ลูกน้อง 2 คน ก็มาช่วย
เก็บกวาด เศษอาหาร ล้างจาน ล้างแก้ว ที่ลานหลังบ้าน โต้ลมหนาวกันน่าดู
---------------------------------------------
เช้าวันที่ 1 มกราคม สวัสดีปีใหม่จ๊า
เนื่องจากที่บ้านยังมีเตาถ่านที่ร้านหมูกะทะเอามาส่งให้ใช้ปิ้งกันคืนก่อน
บวกกับความที่อากาศหนาวและลมแรง ทำให้เกิดไอเดียที่จะทำกับข้าวผสมกับเล่นสนุกเล็กน้อย
นัทก้เลยเดินไปซื้อข้าวเหนียวที่ตลาดในชุมชนใกล้ๆบ้าน และไม่ลืมที่จะซื้อแจ่วบองมาด้วย
เมื่อกลับมาถึงบ้าน ก็ก่อไฟ โดยใช้ขี้ไต้ (ตะบอง) มาวางในเตา โปะด้วยเศษใบไม้-กิ่งไม้แห้งสักหน่อย
จุดไฟแล้วเอาถ่านวางซ้อนๆกัน พัดไฟสักนิด โอ้โห...ก่อไฟติดด้วยนะเนี่ย
ตั้งกะเกิดมาเคยก่อไฟไม่เกิน 10 ครั้งเลย ภูมิใจน่าดู
ไฟเริ่มค่อยๆติดแล้ว นัทก้ไปเตรียมเมนูวันนี้ได้เลย แอ่น..แอ๊น...มันคือ "ข้าวจี่"นั่นเอง
แล้วก็ยังมีเนื้อแดดเดียวขึ้นชื่อที่ไปซื้อมาวันก่อน เรียกว่า "เนื้ออำนาจฯ" (** อำนาจเจริญ)
พ่อกับแม่เห็นนัทก่อไฟก็สงสัย พอถามได้ความว่าทำข้าวจี่ ก็นึกสนุกด้วย รีบลงมานั่งล้อมวงด้วยกัน
นานมากแล้วที่ไม่ได้เห็นพ่อกับแม่ ดูมีความสุขมากขนาดนี้ พ่อคงนึกถึงสมัยเด็กๆ
ที่เคยได้นั่งล้อมวง ดูผู้ใหญ่ปิ้งข้าวจี่ให้กิน นานๆทีจึงจะได้กินเนื้อสัตว์ ซึ่งถือว่าหายากมาก
จะมีก็แต่ปลา กบ เขียด เท่านั้นส่วนเนื้อวัวหายาก เนื้อควายก็ไม่กินเพราะสงสารมัน
ด้วยความที่ลำบากมาแต่เล็ก พ่อจึงเป็นคนที่ขยันและมีมานะมาก แม้ปัจจุบันเราจะสบายมีพร้อมแล้ว
แต่พ่อก็ไม่เคยฟุ่มเฟือย (เหมือนไอ้ลูกนัท) เลยสักที คนหนึ่งที่พาอพูดถึงอยู่เสมอก็คือ "เจ๊กจ่า"
ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ที่ไม่มีแม้แต่เสื่อสักผืนหรือหมอนสักใบติดตัวมายังแผ่นดินไทย
แต่มีหัวใจกล้าแกร่งขยันและอดออมจนสร้างตัวเองได้ และพบรักกับยายของพ่อในที่สุด
นอกเรื่องไปนาน...กลับมาที่ข้าวจี่กันต่อเถอะ...อิอิ.
การทำข้าวจี่นั้น จะให้อร่อยที่สุดต้องเอาข้าวเหนียวไปปั้นเป็นก้อนกลมและแบนเล็กน้อย
ขนาดพอเทียบแล้วเล็กกว่าฝ่ามือนิดหน่อย โรยเกลือสักนิด พอให้มีรสเค็มปะแล่มๆ
ส่วนไข่ที่จะชุบข้าวไปปิ้งนั้น ถ้าจะให้สีสวยก็ต้องไข่เป็ด แต่นัทไม่ชอบก็ใช้ไข่ไก่นี่ล่ะ
ตีไข่เหมือนจะเจียวไข่นี่ล่ะ แต่ว่าปรุงรสให้เข้มกว่าปกตินิด ใส่ซอสให้สีเข้มๆหน่อย
และอาจจะใส่กระเทียมเจียวพอเหลืองนิดๆก้ได้ตามใจชอบ พริกไทยตามพอให้หอม
เอาข้าวที่ปั้นแล้วมาปิ้ง พอให้หน้าของข้าวนั้นแข็งเล็กน้อย จึงเอาไปจิ้มไข่ขึ้นมาปิ้ง
แต่ต้องจิ้มไข่เฉพาะด้านที่ปิ้งแล้วเท่านั้นนะคะ ทำทีละด้าน พอด้านนี้ไข่สุกก็กลับด้าน
ให้หน้าข้าวพอแข็งค่อยเอาไปชุบไข่มาปิ้งจนเหลืองหอม อยากได้ไข่เยอะๆก็ชุบไปปิ้งต่อเรื่อยๆ
วันนั้นบอกตรงๆว่าปิ้งไม่ทันเลยค่ะ สรุปว่าคนทำได้กินแค่ก้อนเดียวเท่านั้นเอง
ที่เหลือพ่อกับแม่ฉกไปตั้งแต่ไข่ยังไม่สุกดีด้วยซ้ำ แต่เห็นแล้วหายหิวเลยล่ะค่ะ
เพราะแม่เป็นคนกินข้าวยากมาก เห็นกินได้อย่างนี้ ลูกก็มีความสุขมากแล้ว
มื้อนั้นแม้จะดูเป็นของกินที่ไม่มีราคาค่างวดอะไร แต่อิ่มท้องและอิ่มใจเหลือเกิน
เป็นปีใหม่ที่มีความสุขที่สุดแล้วค่ะ รักพ่อกับแม่มากที่สุดนะคะ
ลูกนัท
กลับไปบ้านแล้วก็ลืม เด่วกลับไปอีกทีต้องไปปิ้งกินซะหน่อย
ครอบครัวน่ารัก อบอุ่น มีความสุข นี่แหล่ะของขวัญปีใหม่
#1 By ~~@@ arki @@~~ on 2008-01-03 10:30