จ๊ะเอ๋....เปิดเอนทรี่มาด้วยรูปของกินยังงี้ล่ะก็.. แสดงว่ามีการผ่านศึกตะเกียบตะหลิวมาแน่นอนเลยค่ะ

วันนี้นัทอยากพาไปทานสุกี้อร่อย ๆ    พร้อมกับเมนูอื่นๆที่หลากหลายกันนะคะ

ร้านที่จะแนะนำวันนี้ก็คือ   "นิวตั้นสุกี้" สาขา ฟู๊ดส์ ไลออนส์ เสนาเซ็นเตอร์  หรือที่ตอนนี้ก็คือ ท็อปส์ เสนา

การเดินทางไปที่ร้านนี้นั้นไม่ยากเลย    ผ่านจากหน้าเมเจอร์รัชโยธิน   ตรงต่อมาเรื่อยๆ

ผ่าน สีฟ้า ไปนิดหน่อย   ก็ถึง   เลี้ยวเข้าที่จอดรถของเสนาเซ็นเตอร์ได้เลยค่ะ

อันที่จริงรานอยู่ติดถนนใหญ่นะคะ    แต่มองหายาหเพราะว่ามีสะพานข้ามแยกบดบัง

พร้อมๆกับที่ทางห้างเปิดร้านค้าเล็กๆในโซนด้านหน้า   ทำให้มองไม่เห็นร้าน

รูปข้างบน   เป็นติ่มซำ  "กุ้งม้วน" กับ "สาหร่ายยัดไส้"

และตามมาด้วย   "คะน้าราดน้ำมันหอย"  ขอย้ำค่ะว่าราดจริงๆ   ไม่ได้คลุกกันเลย

แต่ความสดกรอบของคะน้าให้เต็ม 10 เลยค่ะ    อร่อยมากๆ

ตามมาด้วย   จานเด็ดขึ้นชื่อของร้านนี้   "เป็ดย่าง"  นี่เป็นจานขนาดกลางค่ะ 190 บ.

ใหญ่โตมโหฬาร   บานตะไทมากค่ะ  ท่านผู้ชม

ของที่นี่จะมีผักทั้งแตงกวา และ คะน้า  รองเนื้อเป็ดมาให้กินคู่กัน   ขิงดองก็รสชาติดีค่ะ

เป็นเป็ดย่างที่ประทับใจมากๆเลย    เนื้อแน่น  หนังอร่อย  น้ำที่ราดเนื้อเป็ด  หวานกลมกล่อมชุ่มลิ้นมาก

และแล้ว   บะหมี่หยกที่ตั้งใจสั่งมากินสุกี้   ก็หมดไปในพริบตากับเป็ดจานนี้

เอาเป็ดย่าง   มาทานคู่กับบะหมี่  ราดด้วยน้ำเป็ด  คะน้า  อืม...อร่อยอย่าบอกใครเลย

บะหมี่เป็ดย่างที่ได้กินเป็ดเยอะกว่าบะหมี่...สั่งพิเศษที่ร้านไหนก็ไม่สะใจเท่าเรากำหนดเองอยู่ดี

อิอิ... ตะกละอย่างนี้   กินบุฟเฟต์ทีไร   คุ้มยิ่งกว่าคุมประจำ

ดูเนื้อเป็ดชัดๆกันไปเลย    หนาๆ เหนียวนุ่มเต็มปากเต็มคำขนาดนี้  .. หิวกันล่ะสิ

หลังจากซัดบะหมี่เป็ดไปแล้ว     ก็ถึงเวลาสุกี้แล้วล่ะค่ะ    สั่งของมาน้อย  เท่านี้ก็เกินพอแล้วล่ะ

ด้วยความที่เป็นคนไม่ชอบกินผักใบสักเท่าไหร่   เซตนี้จึงมีแค่กุ้ง  ลูกชิ้นเศรษฐี   หมูสวรรค์   เห็ดฟาง  และเห็ดหูหนู

ถ้าใครที่ชอบทานแบบครบๆอย่าง   ทางร้านก็มีเซตเมนูไว้ให้เลือกหลากหลายมากเลยค่ะ

ราคาของสดแต่ละคอนโดนั้น   ก็พอๆกับสุกี้ร้านดัง   แต่ด้วยปริมาณดูจะเยอะกว่านิดหน่อย

ที่ประทับใจมากๆคราวก่อนนู๊นก็คือเกี๊ยวกุ้งค่ะ    ตัวใหญ่มากๆ   เสียดายวันนี้ไม่ได้สั่ง  เพราะอยากลองชิมหมูสวรรค์

ซึ่งทางร้านแนะนำมาว่า ของสด 3 อย่างที่ได้ เชลล์ชวนชิมก็คือ   สาหร่ายยัดไส้    หมูสวรรค์  และลูกชิ้นเศรษฐี

ของสดทุกอย่างที่เคยทานที่นี่ สด  อร่อยได้ใจมากๆเลยค่ะ

ส่วนของน้ำซุปและน้ำจิ้ม   ที่นี่มีซุปธรรมดา / ต้มยำ / เย็นตาโฟ / แจ่วฮ้อน    น้ำจิ้มมี  น้ำจิ้มเด็ก / ธรรมดา / แจ่ว

ชิมแล้วรสชาติกำลังดีค่ะ   กลมกล่อม  ไม่เปรี้ยวเกิน   แต่นัทยังถูกใจน้ำจิ้มนีโอสุกี้ทั้งธรรมดา- ต้มยำมากกว่า

นอกจาก  ติ่มซำ   สุกี้    เป็ดย่าง  หมูแดงหมูกรอบ แล้ว   ทางร้านยังมีเมนูอาหารไทยน่าทานอีกหลายเมนูค่ะ

ไม่ว่าจะเป็นแกงเผ็ดเป็ดย่าง   ต้มยำหัวปลาหม้อไฟ   ฯลฯ   แต่เนื่องจากเป็นคนชอบทานอาหารรสจัดจ้าน

ก็เลยสั่ง "กุ้ง-หอยเชลส์สะดุ้งมะนาว" มาลองทานดูสักหน่อย

หอยที่ใช้ตัวไม่ใหญ่    ตัวเล็กๆจุ๋มจิ๋มแต่ก็เหมาะแก่การทำอาหารประเภทยำ    กุ้งและหอยลวกมาแบบพอสุก

เนื้อจึงหวาน ตัดกับรสเปรี้ยวเผ็ดถึงใจของน้ำยำได้ดีทีเดียว    อันที่จริงแล้วแยกเป็นคนละรายการ

แต่เราขอให้ทางร้านผสมทั้งกุ้งและหอย    เค้าก็ใจดีจัดให้

ทั้งหมดที่เห็นมานี้    ขอบอกด้วยความสัตย์จริงเลยว่า    มากินคนเดียว.....

จะเชื่อกันไหมเนี่ย    ทานเสร็จแล้วก้ได้เวลาคิดเงินเสียที

ร้านนี้มีโปรโมชั่นพิเศษ คือ  สั่งเป็ดจานกลางลดค่าสุกี้ 10% จานใหญ่ลด 20 %

คราวก่อนที่มาทานกับพ่อและแม่    หลังจากจ่ายเงินแล้วทางร้านได้นำบัตรวีไอพีมาให้ด้วย

ซึ่งได้สิทธิ์ลดราคาเมื่อชำระด้วยเงินสด ลด 15 %   Credit Card 5%

รวมแล้วมื้อนี้จ่ายไป 700 เศษๆ หลังหักส่วนลด   โดยส่วนตัวแล้วถือว่าราคาไม่ถูกเลยแต่ก็ไม่แพงมาก

เมื่อเทียบกับคุณภาพของสินค้าและบริการแล้ว   พนักงานต้อนรับดี  ใส่ใจดีมาก

แม้เจ๊ (ซึ่งคาดว่าเป็นผู้จัดการร้าน ) จะพูดเสนอเมนูอย่างคล่องแคล่วว่องไวจนเหมือนยัดเยียดไปนิด

แต่ความใส่ใจที่จะบริการลูกค้าในด้านอื่นๆ   ทำให้เจ๊แกได้คะแนนเพียบเลย

เอนทรี่นรี้อาจจะทำให้คนอ่านคิดว่าต่อไปนัทจะทำบล็อกรีวิวอาหารหรือเปล่าน๊า...

คงมีไม่มากหรอกค่ะ   แต่ที่รีวิวร้านนี้เพราะเห็นว่าร้านเค้าลูกค้าน้อยมาก   ทั้งที่เป็นร้านคุณภาพดี

เพียงแต่การตกแต่งไม่หรูหรา   หรือสถานที่ในปัจจุบันไม่ค่อยอำนวยเท่าใดนัก   มีสิ่งก่อสร้างบดบัง

นัทเองมาทานที่นี่ตั้งแต่เป็นเด็กนักเรียน ม. ต้น    ก็ไม่อยากให้ร้านดีๆต้องปิดตัวลงไปในช่วงเวลา

ที่เงินทุนเป็นตัวกำหนดผู้บริโภค    คนกินอาหารตามโฆษณา    ฝากด้วยนะคะ  

edit @ 13 Dec 2007 13:24:18 by your_natty

" title=" " class="">

น่ารักมากๆเลยค่ะ   ชอบๆๆๆ  หน้าตาบ้องแบ๊วมากๆเลย

" title=" " class="">

เจ้าเหมียวนี่ตลกจัง   ลีลาแต่ละตัวแข่งยิมนาสติกได้สบายเลยนะเนี่ย

" title=" " class="">

เห็นยังงี้แล้วเด็กแนวแถวบ้านเราอายม้วนเลย 555....

" title=" " class="">

อารายมันจะขี้เซาขนาดน๊าน...ระวังหลับกลางอากาศเน๊อ...

ขอบคุณสนุก  และ  สมาชิกที่เอาคลิปน่ารักๆมาให้เราได้ดูแล้วอารมณ์ดีกันถ้วนหน้านะคะ

edit @ 11 Dec 2007 16:25:44 by your_natty

edit @ 7 Feb 2008 15:06:29 by your_natty

วันพ่อที่ผ่านมา   นัทก็เหมือนลูกๆในครอบครัวอื่นๆที่อยากจะพาพ่อไปทานอะไรอร่อยๆ

ปกติทุกปีที่ผ่านมา   ถ้าอยู่กันครบสามคนพ่อแม่ลูกเราก็จะออกนอกบ้านไปเที่ยวกันบ้างตามประสา

แต่เนื่องจากปีนี้  พ่อติดภารกิจสำคัญและเป็นมงคลยิ่งแก่ชีวิต   เราจึงเลือกที่จะอยู่บ้าน

และพ่อก็ได้สั่งเมนูพิเศษ     ให้แม่ครัวนัทจัดให้เป็นอาหารเย็น   เมนูนี้ก็คือ "น้ำพริกมะเขือพวง"

นี่แหละค่ะ  "อาหารพิเศษ" ของพ่อ   นอกจากจะได้ประโยช์จากเนื้อปลา และ ผักสมุนไพรต่างๆแล้ว

ยังได้ระลึกถึงสมัยเด็กๆ ของพ่อ    ที่ย่าจะตำน้ำพริกแกล้มผักสดๆ เลี้ยงลูกๆ อยู่เสมอ

น้ำพริกมะเขือพวง :

เครื่องปรุงและวัตถุดิบ

1. ปลาทูหรือปลาดุกที่ทำให้สุกแล้ว 1 ตัว              2. มะเขือพวงประมาณ 1 กำมือ

3. หัวหอมแดง       6  หัว                                    4. พริกใหญ่สีเหลือง    5  เม็ด

5. มะนาว         1/2  ลูก                                      6. ปลาร้า           2   ช้อนโต๊ะ

7. น้ำปลา   ตามชอบ      หมายเหตุ: - ไม่ทานปลาร้าก็ใส่แต่น้ำปลาได้ค่ะ                 

                                                    - พริกใหญ่สีอื่นๆก็ใช้ได้แต่ตำให้ละเอียดยากมาก  หยาบ

                                                    -  สูตรนี้เป็นสูตรเผ็ดน้อยเหมาะกับผู้สูงอายุค่ะ   เด็กๆก็ทานได้

ขั้นตอนการทำ :

1. แกะเนื้อปลาเตรียมไว้   ระวังก้างนะจ๊ะ

2. เด็ดมะเขือพวง    พริก  ปอกเปลือกหอมแดง   ล้างทำความสะอาด

3. หั่นพริกและหอมแดงเป็นชิ้นพอประมาณ

4. นำพริก   หอมแดง   มะเขือพวงไปย่างหรือคั่วให้นุ่มพอดีๆ   ถ้าต้องคั่วขั้นตอนนี้อาจทำแม่ครัวมือใหม่เข็ดไปอีกนาน

โปรดเตรียมผ้าชุบน้ำไว้อุดจมูกด้วยนะจ๊ะ   เพราะกลิ่นจะฉุนกว่าผัดกระเพราหลายเท่าตัว

5. นำส่วนผสมที่คั่วหรือปิ้งแล้วลงครก   ตำให้แหลก    ระวัง!!อย่าเพิ่งใส่เนื้อปลานะคะ   เพราะจะทำให้

ส่วนผสมเหนียวขึ้น   ตำยังไงก็ไม่ละเอียด

6. ระหว่างที่ตำส่วนผสมให้ตั้งหม้อใส่น้ำประมาณ 1 แก้วครึ่ง   พอเดือดใส่น้ำปลาร้า 2-3 ช้อนโต๊ะ   ปิดไฟพักไว้

7. เมื่อส่วนผสมแหลกพอดีแล้ว   ใส่เนื้อปลาที่แกะเตรียมไว้   ตำต่อไปให้เข้ากันพอดี

8. นำน้ำปลาร้าที่เตรียมไว้ค่อยๆใส่ในครกทีละน้อย   เพื่อไม่ให้น้ำพริกเหลวเกินไป   กะดูให้พอดี

9. ปรุงรสด้วยมะนาว   น้ำปลา   หรือจะเติมน้ำตาลสักเล็กน้อยก็ได้ตามใจชอบ

เท่านี้ก็เสร็จแล้วล่ะค่ะ    น้ำพริกนี้ทานกับผักสดจะอร่อยกว่าผักลวกนะคะ

เตรียมตักใส่ถ้วย   เคียงด้วยแตงกวา  ถั่วฝักยาว  ถั่วพู  มะเขือเปาะ   ผักกาดขาว  ตามชอบค่ะ

เมนูนี้ได้คุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน   แถมยังได้ "กลับสู่สามัญ" แบบพื้นบ้านเดิมๆอีกด้วยนะคะ

เผื่อใครๆที่กำลังเบื่ออาหารฝรั่ง  งดอาหารมันๆ  หรือ  ลดน้ำหนัก จะลองไปทำทานดูก็ได้นะคะ